

กระทะเคลือบ เซรามิค หินอ่อน อันตรายไหม
กระทะเคลือบกันติดอันตรายไหม เคลือบลอกแล้วกินเข้าไปเป็นอะไรไหม ร้อนแค่ไหนถึงต้องระวัง สรุปจากหน่วยงานไทย
เรื่องกระทะเคลือบอันตรายไหม มีข้อมูลในโซเชียลเยอะมาก บางโพสต์บอกว่าก่อมะเร็ง บางโพสต์บอกว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เราเลยไปดูว่าหน่วยงานไทยว่ายังไงกันบ้าง สรุปคือ ใช้ไฟตามปกติไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่มีเรื่องที่ต้องระวังจริงๆ คือความร้อนเกิน
กระทะเคลือบกันติดทำจากอะไร#

กระทะเคลือบกันติดส่วนใหญ่เคลือบด้วยสารที่คนไทยเรียกติดปากว่า “เทฟลอน” เอกสารความรู้ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ↗ (เผยแพร่ปี 2549) อธิบายว่าเทฟลอนเป็นชื่อการค้า ชื่อทางเคมีของมันคือ PTFE เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่น้ำและน้ำมันไม่เกาะ ทนความร้อนได้สูง และไม่ละลายในตัวทำละลายใดๆ
ส่วนกระทะ “เซรามิก” ใช้สารเคลือบอีกแบบที่ไม่ใช่เทฟลอน อย่างกระทะเคลือบเซรามิก IKEA HEMLAGAD ↗ ที่หน้าสินค้าภาษาไทยระบุว่าเคลือบสารกันติดที่ไม่มี PTFE (เทฟลอน) หรือสารกลุ่ม PFAS อื่นๆ (PFAS คือกลุ่มสารเคมีกลุ่มเดียวกับ PFOA)
แล้วกระทะ “หินอ่อน” ล่ะ จากที่เราดูหน้าสินค้ามา คำนี้มักบอกหน้าตาลายหินมากกว่าบอกว่าเคลือบด้วยอะไร บางรุ่นเป็นสารเคลือบกันติดที่ผสมอนุภาคแร่ อย่างกระทะ Ballarini บน HomePro ↗ ที่ระบุว่าเคลือบ Granitium เสริมอนุภาคแร่ ส่วนกระทะ LocknLock รุ่น Marble ↗ ที่ใช้ชื่อลายหินอ่อนกลับระบุว่าเคลือบเซรามิก เพราะฉะนั้นถ้าอยากรู้ว่ากระทะเราเคลือบอะไร ต้องอ่านรายละเอียดบนกล่องหรือหน้าสินค้า ดูจากชื่ออย่างเดียวไม่ได้
ใช้ตามปกติ อันตรายไหม#
กรมวิทยาศาสตร์บริการเขียนไว้ว่า การทอดเนื้อใช้ความร้อนราว 200–230 องศา ซึ่งยังไม่ถึงจุดที่เทฟลอนเสีย “ดังนั้นการใช้งานเทฟลอนที่อุณหภูมิปกติจึงไม่เกิดอันตราย”
ข่าวลือที่ว่ากระทะเทฟลอนโดนความร้อนแล้วปล่อยสารก่อมะเร็ง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ก็เคยชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ↗ (รายการชัวร์หรือมั่ว ไทยพีบีเอส)
ความร้อนเกินคือเรื่องที่ต้องระวังที่สุด#
ตามเอกสารของกรมวิทยาศาสตร์บริการ เทฟลอนจะเริ่มถูกทำลายเมื่อร้อนประมาณ 250 องศา และเริ่มสลายตัวชัดเจนเมื่อร้อนถึง 350 องศา
เตาที่บ้านไม่มีตัวบอกอุณหภูมิ แต่มีสัญญาณให้สังเกต เอกสารเดียวกันบอกว่าน้ำมันหรือเนยบนผิวเทฟลอนจะเริ่มไหม้และมีควันที่ราว 200 องศา ถ้าเห็นน้ำมันในกระทะเคลือบเริ่มมีควัน ให้ลดไฟ เพราะเริ่มเข้าใกล้จุดที่เทฟลอนเสียแล้ว
ถ้าร้อนเกินไปจะเกิดไอพิษ ซึ่งทำให้คนมีอาการเหมือนเป็นหวัด ถ้าได้รับในระดับกลางๆ อาการจะอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ และไอนี้เป็นพิษรุนแรงกับนก ใครเลี้ยงนกไว้ในบ้านต้องระวังเป็นพิเศษ เอกสารเดียวกันบอกด้วยว่า การทิ้งกระทะเคลือบให้ร้อนอยู่บนเตาแก๊สนานๆ หรือทำอาหารในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี จะทำให้ไอพิษรุนแรงขึ้น
เคลือบลอก เผลอกินเข้าไป เป็นอะไรไหม#
บทความที่ศูนย์ความรู้ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นำมาเผยแพร่ (ปี 2562) ↗ อธิบายว่าเศษเคลือบที่หลุดลงไปในอาหาร จะผ่านเข้าไปในร่างกายโดยไม่ถูกย่อยหรือสะสม แล้วถูกขับออกมาทางการขับถ่าย
แต่ไม่ได้แปลว่าใช้กระทะลอกต่อไปได้เรื่อยๆ นะ บทความเก่าของมูลนิธิหมอชาวบ้าน ↗ (ปี 2530) อธิบายว่าสารเคลือบจะหลุดง่ายเวลาถูไปครูดมา เช่นตอนผัด และผิวเคลือบจะค่อยๆ หมดไปตามการใช้งาน อายุการใช้งานเลยไม่ยืนยาวเท่าภาชนะอื่น ส่วนความเห็นของเรา พอผิวเคลือบลอกจนอาหารติด ก็ถึงเวลาเปลี่ยนใบใหม่
แล้วสาร PFOA ที่เคยเป็นข่าวล่ะ#
PFOA เป็นสารเคมีอีกตัวที่มักถูกพูดถึงในข่าวเรื่องกระทะเคลือบ ในไทยกระทรวงอุตสาหกรรมก็ออกประกาศ ↗ให้ PFOA เป็นวัตถุอันตรายแล้ว
ที่ต้องแยกให้ออกคือ PFOA กับเทฟลอนเป็นคนละสารกัน ฉลาก “PFOA-free” เลยไม่ได้แปลว่าไม่มีเทฟลอนนะ กระทะที่เขียนแบบนี้อาจยังเคลือบเทฟลอนอยู่ แค่ไม่ได้ใช้ PFOA ตอนผลิต อย่างหน้าสินค้าของ Tefal ประเทศไทย ↗ก็เขียนไว้ในประโยคเดียวกันว่าใช้สารเคลือบกันติด PTFE และปราศจากสาร PFOA
กระทะเซรามิกปลอดภัยกว่าไหม#
ผิวเคลือบเซรามิกไม่ใช่เทฟลอน จึงไม่มีเรื่องไอจากเทฟลอน แต่กระทะที่ตั้งชื่อว่าเซรามิกหรือหินอ่อนไม่ได้เคลือบแบบเดียวกันทุกใบ ต้องดูรายละเอียดสินค้า ส่วนเรื่องความปลอดภัยระยะยาวหรือความทนของผิวเซรามิก เรายังไม่เจอข้อมูลจากหน่วยงานไทย เลยยังไม่ขอฟันธง
ใช้กระทะเคลือบยังไงให้ปลอดภัย#

รวมจากกรมวิทยาศาสตร์บริการและมูลนิธิหมอชาวบ้าน
- เมนูที่ต้องใช้ไฟร้อนกว่า 250 องศา อย่าใช้กระทะเคลือบเทฟลอน และถ้าน้ำมันเริ่มมีควัน ให้ลดไฟ
- อย่าเปิดไฟทิ้งกระทะเคลือบไว้บนเตานานๆ
- เปิดหน้าต่างหรือพัดลมดูดอากาศระหว่างทำอาหาร และระวังเป็นพิเศษถ้าเลี้ยงนกในบ้าน
- เลี่ยงการขูดครูดแรงๆ เพราะผิวเคลือบหลุดง่าย
- ผิวเคลือบหมดจนอาหารติดเมื่อไหร่ เราแนะนำให้เปลี่ยนใบใหม่
- ดูวิธีล้างกระทะเคลือบที่ไหม้ได้ในบทความวิธีล้างกระทะไหม้